Other

ตามหัวข้อนั่นล่ะ ครับว่า ผมประกาศดองบล็อกอีกแล้ว
อะไรจะดองบ่อยขนาดนั้น
 
เหตุผลที่ต้องดองบล็อค
 
1. ติดงานแฟนซับ ของค่าย Red-Alphra เรื่อง Oniichan no Koto และภาระการดูแลเว็บไปเรื่อยเปื่อย
 
2. งานโรงเรียนที่ใกล้เข้ามาถึง ทำให้ต้องช่วยงานโรงเรียน และต้องเรียนไปด้วย แบ่งเวลาไม่ทัน
 
3. งานนิยาย ที่กะแต่งให้จบ 5 ตอนภายใน ก่อนปิดเทอม แต่ตอนนี้พึ่งได้แค่ 3 ตอนนิดๆ เอง
 
4. ติดเ้รียนตอนกลางคืน วันเสาร์ และอาจจะเพิ่มมาอีก ตอนปิดเทอม ไหนจะต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นอีก
 
 
*5. (ข้อนี้สำคัญ) จขบ. ติดเกม และติดเที่ยวครับ
 
 
ก็จะมาบอกแค่นี้ล่ะครับ ว่า อาจหายไปนานเลย และก็ก่อนจาก
 
ขอฝาก โปรเจ็ค [Red-Alphra]Oniichan no Koto ... ด้วยนะครับ กำลังฉายขณะนี้
 
และก็ซีซั่นหน้า ไม่แน่ใจว่าทำอะไร เดี๋ยวจะมาบอกกล่าวให้ล่ะกันครับ
 
(คาดว่า น่าจะเป็น Hidan no Aria)~*
 
 
つづく
สืบนื่องจาก
 
อาทิตย์หน้า ที่โรงเรียนจะมีงานคริสต์มาสกันน่ะครับ
 
แล้วทีนี้ คือมีรุ่นพี่ที่โรงเรียน ชักชวนให้ผม

"แต่งคอสเพลย์ไป"
 
ผมก็งง เอ๊ะ คอสเพลย์ไปงานคริสต์มาส จะให้แต่งชุดซานต้าไปเหร้อ
 
เค้าบอก แต่งคอสเพลย์แบบธรรมดาเนี่ยล่ะ ไม่ต้องอลังการมาก
 
เลยจะมาถามว่า  หากผมจะแต่งคอสเพลย์  แบบประหยัดราคาถูก  และดูดี ไม่ธรรมดาไป ผมควรแต่งอะไรดี
 
ที่คิดไว้ มี 2 ตัวคือ
 
1. ฮายาเตะ (แบบไม่ใส่วิกผมนะครับ)
 
 
2. โทวมะ (แบบหัวไม่เม่น)
 
 
คือที่คิดไว้ก็มีสองตัวนี้ล่ะครับ
 
หากใครมีคอสเพลย์ที่แบบว่า แต่งง่ายๆ ไม่เว่อร์ และก็ ไม่ต้องเสียงบมาก หรือไม่เสียเลยยิ่งดีเนี่ย
 
บอกกล่าวกันได้นะครับ
 
"ไม่เอาคอสผู้หญิงนะ ห้องผม ชายเยอะ มันจะเลิกคบกับผมเอากันหมด"
 
 
 
 
---
 
ส่วนเรื่องที่สอง  คือผมใช้เวลาหลังจากทำเว็บ ซับ การบ้าน และงานโรงเรียน มาแต่งนิยายเล่น
ซึ่ง  ก็เท่าที่มีแล้วล่ะครับ ความสามารถผม
 
ยังไงถ้าใครว่างก็ฝากอ่านหน่อยนะครับ
 
นี่เป็นบทที่ 1 นะครับ  หากถูกใจใคร  จะรีบเอาบทที่ 2 มาลงทันที
 
 
เอามาแค่หน้าแรก ถึงหน้าสาม นะครับ
 
 
กะตั้งชื่อธรรมดาว่า  "เรื่องราวแห่งผู้ใช้พลังจิต"
 
เนื้อเรื่องย่อๆก็เกี่ยวกับผู้มีพลังจิตเนี่ยล่ะครับ  หากใครคิดชื่อดีกว่านี้ ก็ช่วยคิดด้วย
 
คอมเม้นต์ ติ ด่า จิก กัด ตบ มากันได้เยอะๆนะครับ
 
--------------------
 

Chapter 1: ปฐมบท - ผู้ควบคุมจิตวิญญาณ

                และแล้วก็หมดไปอีกวันหนึ่ง  ชีวิตอันแสนจะน่าเบื่อหน่ายของโรงเรียนแห่งนี้  อย่างน้อย  วันนี้ก็เป็นวันเรียนวันสุดท้ายของอาทิตย์  วันศุกร์แสนสุขของนักเรียนหลายๆคน  ที่เริ่มจะเซ็งกับชีวิตในวัยเรียนอันแสนน่าเบื่อนี้มากขึ้นทุกทีๆ เสียงพูดคุยดังระงม  หลังจากที่สัญญาณออดบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น  ทุกคนต่างมีความสุขในการใช้วันหยุดทั้ง 2 วันนี้ ให้เป็นประโยชน์  รวมทั้งถึง  เด็กนักเรียนชั้น ม.ปลาย ห้อง 2-B ที่ยืนพิงกระดานในห้อง รอจะพูดคุยกับคนในห้องเรียนในเรื่อง งานกีฬาของโรงเรียน ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

                ทุกคนในห้อง  ต่างนั่งรอสิ่งที่เขาจะพูดต่อจากนี้ไป  ชุดนักเรียนที่มีเสื้อคลุมสีกรมท่า  ติดตราโรงเรียนที่กระเป๋าซ้ายของเสื้อ  ชุดนักเรียนข้างในใส่ด้วยสีขาว  ผูกด้วยเนคไท  สีน้ำเงิน  เขากำลังยืนมองรอบๆห้อง  และคิดคำพูดที่จะพูดออกมา  มือขวาที่วางพาดบนโต๊ะนักเรียนนั้น  เขายกมือนั้นขึ้นมา  พร้อมกับทุบโต๊ะเบาๆหนึ่งที  เพื่อให้คนในห้องที่สนใจในสิ่งที่เขากำลังจะเอ่ยออกมาต่อไป

                นิชิคิโอริ  คาสุมะ  นักเรียนที่ถูกกึ่งบังคับ  ให้เป็นกรรมการในงานกีฬาของโรงเรียนชินโคกะไนนี้นั้น  แม้เขาจะตั้งใจทำงานดี  แต่ว่า  มันก็น่าเบื่อ  ที่ต้องมาทำงานอะไรแบบนี้  แทนที่จะให้เขาใช้เวลาไปนั่งดูสาวๆเล่นกีฬา  น่าจะมีความสุขมากกว่านี้ซะอีก  แต่ช่างเถอะ  การทำหน้าที่นี้มันก็ไม่เสียหายอะไรนี้นะ

                “เราสรุปคนที่จะแข่งกีฬาต่างๆได้แล้ว  และแน่นอน  ห้องเราจะต้องเป็นผู้ชนะแน่นอน  จริงมั้ย  พวกเรา”

                “เย้!!”

                นี่ล่ะ  เสียงตอบรับของทุกๆคน  ที่ผมรออยู่  งานนี้จะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน  ถ้าไม่มีอุปสรรคอะไรมาขัดขวาง  อีกอย่าง  ห้อง 2-B ของเรา ก็เต็มไปด้วยนักเรียนที่สุดยอดๆ กันทั้งนั้นเลย ยังไงก็ตาม คงไม่น่ามีอะไรผิดพลาดแน่นอน มั่นใจอย่างนั้นได้เลย

                “โย่  นิชิคิโอริคุง  วันจันทร์นี้ฟุตบอลห้องเรา  ต้องสุดยอดแน่นอน  ถูกต้องมั้ย”

                “ใช่เลย  อิบุกิ  ฟุตบอลห้องเรา  มีระดับนี้แล้ว  หึหึ  ยังไงก็ไม่พลาดแชมป์แน่นอน  อิบุกิเองก็เหมือนกันนะ  วันจันทร์เธอลงวอลเล่ย์บอลไว้ไม่ใช่หรอ  เอาแชมป์มาให้ได้ด้วยละกันนะ  เอ้อ  จริงด้วย  เราลืมเอาหนังที่ยืมเธอไปมาคืนน่ะ  เดี๋ยววันจันทร์ถ้าเราไม่ลืมอีก  เดี๋ยวเราเอามาให้นะ”

                สาวน้อยผมสั้น  หน้าตาดูน่ารักๆ แต่นิสัยกลับดุไม่ค่อยจะเหมือนหน้าตาของเธอสักเท่าไหร่  แต่ก็แค่บางคนนะ  น่าแปลกที่กับคาสุมะ  เธอกับเรียบเฉยและ  ไม่ค่อยดุเหมือนกับคนอื่นๆ  ที่สังเกต  อิบุกิ  เฮียวกะ

                ใบหน้าของเธอดูเผินๆ จะเหมือนหน้าแดงเล็กๆ  นัยน์ตาของเธอไม่กล้าสบตากับคาสุมะเลยแม้แต่นิด  เธอพยายามมองออกไปข้างนอก  เลี่ยงสายตาอันอ่อนโยนของเขาไม่ให่ตัวเธอเองรู้สึกหวั่นไหวพิลึกๆ

                “นี่  นายจำได้ด้วยหรอว่าฉันลงกีฬาอะไรน่ะ”

                “แหมๆ ทำไมเราจะจำไม่ได้ล่ะ  ในเมื่อเราเป็นกรรมการงานนี้นี่นะ  เธอนี่ถามแปลกๆแฮะ”

                “จริงด้วยสินะ  ช่างฉันเถอะน่า  นายก็ตั้งใจเล่นดีๆล่ะกัน  ส่วนฉันก็จะตั้งใจเล่นดีๆเช่นกัน  แล้วเจอกันนะ  นิชิคิโอริคุง  วันจันทร์นี้  แชมป์ชัวร์ๆเนอะ”

                “ใช่แล้วๆ แชมป์ชัวร์ๆ แน่นอน”

                เสียงดังแปะ  ที่เกิดขึ้นจากการแท็กกันของวัยรุ่นชายหญิงคู่นี้  แสดงให้เห็นถึงพลังในการต่อสู้  ในงานกีฬา  การฟาดฟันอันบ้าระห่ำ  ของแต่ละห้อง  กำลังจะเริ่มขึ้น  การชิงชัยในแต่ละชนิดกีฬาก็กำลังจะเริ่มขึ้นเช่นกัน  ทุกคนต่างฮึกเหิมที่จะหยิบชัยชนะมาให้อยู่ในกำมือของตัวเองให้จงได้

                อิบุกิเดินหันหลังให้เขาแล้วออกจากห้องนี้ไป  ใช่แล้ว  ทุกคนต้องไปเที่ยวสนุกของแต่ละคน  ต้องไปฝึกกีฬาที่ตัวเองลงเล่นให้หนักสินะ  นี่คงเป็นเรื่องดี  ชัยชนะคงอยู่ในกำมือของเราในอีกไม่นาน  แต่ว่างานของเราเอง  ยังไม่หมด   คาสุมะก็เดินกลับไปที่โต๊ะนักเรียนของตัวเองที่อยู่ตรงกลางหลังห้องพอดี  เขาเริ่มหยิบใบรายชื่อของนักเรียนในห้องนี้มาไล่เรียงรายชื่อว่าใครต้องลงกีฬาอะไรบ้าง  งานนี้อาจไม่ใช่งานที่ยากนักสำหรับคาสุมะ  แต่ว่าบางที  มันก็ชวนให้น่าเบื่อได้เหมือนกัน  นั่งทำงานคนเดียวเงียบๆแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน  คาสุมะเริ่มเหม่อเล็กน้อย  ถึงสิ่งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า  เขาเริ่มอิจฉาเพื่อนๆ  ทั้งๆที่วันนี้วันศุกร์ทั้งที  แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน  แต่ก็ไม่เป็นไร 

                เขาหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาหยิบ MP3 ที่อยู่ในกระเป๋าของเขาออกมาใช้งาน เวลาเงียบๆแบบนี้ การหาอะไรให้รื่นเริง ฟังเพลงแก้เซ็งคงน่าจะดีที่สุดสำหรับเขาแล้วล่ะ เขาเอาหูฟังยัดใส่ไปในหูของเขา และการทำงานแบบสบายๆของเขา ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดหย่อน เขาทำงานนั้นไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจคนที่ผ่านไปผ่านมา หรือส่งเสียงรบกวนต่างๆในบริเวณที่เขาทำงานเลย

                เวลาก็ดำเนินไปไม่หยุด  งานที่เขาได้รับมอบหมายก็สำเร็จเรียบร้อยในเวลายามเย็นประมาณห้าโมงนิดๆ  อุปกรณ์การเรียนของเขาก็ถูกเก็บเข้าใส่ในกระเป๋า  เสาร์-อาทิตย์นี้  หวังว่าคงจะเจอเรื่องที่ทำให้เขามีความสุขได้บ้าง  ไม่มากก็น้อยนะ  วันจันทร์เขาจะได้มีกำลังใจในการแข่งขันต่อไป  เอาล่ะถึงเวลากลับบ้านไปนั่งใช้คอมให้สบายๆใจหน่อยดีกว่า  เวลาแบบนี้  อยู่บ้านน่าจะเหมาะที่สุดแล้ว

                แสงอาทิตย์ที่เริ่มใกล้ตกดินทอแสงออกมาเป็นสีแดงเรื่อ  แม้ว่าจะเป็นเวลาเย็นแล้วก็ตาม  แต่ว่าก็ยังมีคนที่ยังอยู่ในโรงเรียนอยู่  และเล่นกีฬาที่ต้องลงแข่งในวันจันทร์นี้ตามแต่บุคคลๆไป  ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล  วอลเล่ย์บอล  แบตมินตัน  หรืออะไรก็ตามแต่  หลายๆคนก็ตั้งใจฝึกซ้อมอย่างดี  คาสุมะก็อยากที่จะฝึกซ้อมด้วยเช่นกัน  แต่ว่าวันนี้เขาต้องใช้พลังงานไปเยอะในการจัดเตรียมงานกีฬาสีของโรงเรียน  เลยทำให้เขาไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเหลือในการทำกิจกรรมกับเพื่อนๆสักเท่าไหร่  คาสุมะเดินเลี่ยงไปทางออกด้วยความรู้สึกเหนื่อยนิดๆและไม่อยากเล่นอะไรมากนัก  เวลาแบบนี้ขอได้แช่ตัวอยู่ในบ้านน่าจะดีที่สุดแล้วสำหรับเขา

                “นิชิคิโอริ  เห้ย  มาเล่นบอลด้วยกันเปล่า”

                เสียงตะโกนจากเพื่อนในห้องของเขาเข้าถึงหูของคาสุมะ  ความจริงแล้วเขาก็อยากเล่นกับเพื่อนๆอยู่น่ะ  แต่ว่าเรี่ยวแรงของเขาคงไม่ไหวแล้วแหล่ะ  คาสุมะยกมือซ้ายโบกมือเหยงๆไปหาเพื่อนของเขา  เป็นสัญญาณที่บอกว่า  พวกเอ็งเล่นกันไปเถอะ  เหนื่อยแล้วเฟ้ย

                “ไม่เล่นหรอวะ  นิชิคิโอริ”

                “ไม่อ่ะ  แรงหมด”

                เพื่อนคนนึงของเขาวิ่งโร่มาหา  และแน่นอน  คำตอบที่ตอบกลับไป  ก็ยังยืนยันคำตอบเดิมต่อไป  ว่าไม่ไหวแล้ว  เหนื่อยมากสุดๆ แต่ว่าคาสุมะโบกมือโหยงๆไปทางเพื่อนเขาอีกครั้ง  และเดินปลีกตัวออกจากไป  แน่นอน  ช่วงเวลานี้  เขาไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากกลับบ้านและนั่งแช่ตัวเองอยู่ในบ้าน  สบายๆ

                โรงเรียนกับบ้านของเขาอยู่ห่างกันพอสมควร  แต่ว่า  การเดินทางกลับบ้านของเขา  ก็ไม่ได้ลำบากอะไรมาก  โชคดีที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านใกล้ๆกับโรงเรียน  ประมาณไม่ถึงกิโล  แบะก็จากสถานีหน้าโรงเรียน  นั่งรถไฟฟ้าไป  ก็แค่ 5 สถานี  เลยสะดวกสบายพอสมควร  และเป็นเส้นทางปกติที่คาสุมะใช้เดินทางกลับบ้าน

                คาสุมะเดินออกจากประตูโรงเรียนโดยไม่สนใจเพื่อนๆของเขาที่มองตามเขาอยู่ห่างๆ ด้วยความอยากให้เขามาเล่นบอลด้วยกัน  แต่ว่าเรี่ยวแรงในการเล่นของเขาก็คงจะหมดไป  รวมทั้งแรงที่จะเดินทางกลับบ้าน  ยังแทบจะไม่เหลือ  แต่ก็ต้องเดินน่ะแหล่ะ  มันเป็นแค่วิธีเดียว

                “เห้อ... เหนื่อยเป็นบ้าเลยเว้ย  วันนี้”

                ใบไม้ที่ร่วงหล่นมากระทบกับศีรษะของเขาหนึ่งใบเล็กๆ  และแล้ววันอันแสนน่าเบื่อของเขาก็จบลงโดยเกือบสมบูรณ์  เขาเลี้ยวขวาออกไป  เพื่อจะขึ้นรถไฟฟ้าที่อยู่ไม่ไกลมากนัก  แต่ว่าเขารู้สึกว่าเหมือนมีเสียงบางเสียงมากระทบเข้าที่หูของเขา

                “แกน่ะ  อย่ามายุ่งกับฉันน่ะ”

---------------

ส่วนนี่ เป็นตัวเต็มของบทที่ 1 นะครับ ผมอัพลงเว็บไว้ล่ะกัน เพราะมันเยอะ  อาจมีบทที่ 2 แหลมมาหน่อย
 
http://www.megaupload.com/?d=9XHSIPUV
 
ดาวน์โหลดไม่ได้ บอกด้วยนะครับ จะแก้ไขให้
 
 
----------------
 
ขอบคุณที่เสียเวลาอ่าน  และเจอกันอีกที ช่วงคริสต์มาสอีฟนะครับ!!!